1 - 30 of 114 ยูนิต

Decentraland คืออะไร?

Decentraland เป็นโลกเสมือนจริง 3 มิติ (3D) ที่ขับเคลื่อนโดย Ethereum Blockchain ซึ่งเน้นการซื้อและขายที่ดินเสมือนจริงเป็นหลัก โดยบนแพลตฟอร์มนั้นมีที่ดินทั้งหมด 90,601 แปลง (ประมาณ 23 ตร.กม.) นับเป็นโลกเสมือนจริงที่ใหญ่ที่สุดในโลก (Virtual Blockchain World: VWB) ที่มีอยู่ในปัจจุบันเลยก็ว่าได้ ซึ่งแพลตฟอร์มนี้ได้รับการดูแลโดยมูลนิธิ Decentraland Foundation ที่ไม่แสวงหากำไร และเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2020 ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม Decentraland เป็นโลกเสมือนจริงที่มีการกระจายศูนย์ ซึ่งหมายความว่าแพลตฟอร์มนี้จะไม่ได้ทำงานอยู่บนเซิฟเวอร์กลาง โดยเนื้อหาและข้อมูลต่าง ๆ จะถูกคัดลอกไปยังโหนดทุกโหนดที่ทำงานอยู่บนคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องทั่วโลก ดังนั้นแพลตฟอร์มนี้จะไม่สามารถปิดตัวลงได้ และจะคงอยู่บน Blockchain อย่างถาวร

ที่ดินเสมือนจริงใน Decentraland จะถูกเรียกว่า “LAND” โดยจัดแบ่งเป็นที่ดินส่วนบุคคลจำนวน 43,689 แปลง, ที่ดินเขต 33,886 แปลง, ถนน 9,438 แปลง และจัตุรัส 3,588 แปลง ซึ่งที่ดินแต่ละแปลงมีขนาดเริ่มต้นที่ 16*16 เมตร และมีสถานะเป็น NFT ทั้งหมดอีกด้วย หมายความว่าที่ดินทุกแปลงจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและไม่สามารถปลอมแปลงหรือทำซ้ำได้เช่นเดียวกับที่ดินบนโลกแห่งความจริง โดยผู้ใช้สามารถซื้อที่ดินเสมือนจริงเหล่านี้ได้โดยใช้สกุลเงินดิจิทัลประจำเครือข่ายของ Decentraland หรือที่เรียกว่า “MANA”

หัวใจหลักของ Decentraland คือการสร้างสรรค์สิ่งที่สร้างสรรค์ และให้อิสระแก่ผู้ใช้งาน ไม่ว่าจะเป็น การแต่งตัวให้กับ Avatar หรือการซื้อที่ดินแล้วก็จะสามารถใช้เพื่อสร้างเมืองจำลองขึ้นมาได้ ด้วยการใช้อนิเมชั่นและการมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกันกับคนอื่น ๆ รวมไปถึงสามารถสร้างอาคารและสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะเป็น บ้านที่สามารถเป็นสถานที่พบปะสังสรรค์กับครอบครัวและเพื่อนฝูง ไปจนถึงพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่สามารถซื้อขายผลงาน NFT ได้อีกด้วย

จุดเริ่มต้นของ Decentraland

Decentraland ถูกสร้างและพัฒนาขึ้นในปี 2015 โดยผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี Blockchain คือ Ari Meilich และ Esteban Ordano ซึ่งทั้ง 2 ผู้ก่อตั้งได้ริเริ่มจากแนวคิดที่จะมอบกรรมสิทธิ์ความเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ดิจิทัลให้กับผู้ใช้งาน Blockchain โดยก่อนจะมีการพัฒนาไปสู่โลกเสมือนจริง 3 มิตินั้น เดิมทีแล้วอสังหาริมทรัพย์ดิจิทัลจะอยู่ในรูปแบบของตารางพิกเซล 2 มิติ อย่างไรก็ตามในช่วงเริ่มแรกของการพัฒนา Decentraland ถูกเรียกว่า ““Stone Age of the Decentralized”” หรือยุคหิน และในปี 2016 Decentraland ได้ถูกพัฒนาให้เป็นโลกเสมือนจริง 3 มิติ โดยแบ่งที่ดินเป็นแปลงและทำการแยกประเภทของที่ดิน ซึ่งเรียกเวอร์ชันนี้ว่า ““Bronze Age”” หรือยุคสำริด

เวอร์ชันถัดมาของ Decentraland คือ ““Iron Age”” หรือยุคโลหะ ซึ่งจะนำเสนอประสบการณ์ทางสังคมด้วยระบบเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนโดยการให้กรรมสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของที่ดิน และการเผยแพร่เนื้อหาต่าง ๆ เพื่อสร้างผลตอบแทน โดยในขั้นตอนนี้ของ Decentraland ผู้ใช้งานสามารถสร้าง แจกจ่าย และสร้างผลตอบแทนจากแอปพลิเคชันให้กับผู้ใช้งานรายอื่นได้นั่นเอง

ในปี 2017 ทีมพัฒนาของ Decentraland ได้จัดให้มีการระดมทุนทางดิจิทัล (ICO) ซึ่งทางทีมงานระดมทุนได้มากถึง 86,206 Ether (มูลค่าประมาณ 26 ล้านดอลลาร์สหรัฐในเวลานั้น) เพื่อเป็นเงินทุนสำหรับการดำเนินการต่าง ๆ ในอนาคต และในปีเดียวกันนั้นเอง Decentraland ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในรุ่น Beta และทีมพัฒนาได้จัดการประมูลที่ดินในทำเลชั้นนำอีกด้วย โดยในระหว่างการเปิดตัวนี้ทีมพัฒนาได้ขายที่ดินเสมือนจริงในราคาเพียง 20 USD เท่านั้น ส่งผลให้เกิดอุปสงค์ที่สูงขึ้นในตลาด Decentraland ที่นำไปสู่การเปิดตัวเต็มรูปแบบอย่างเป็นทางการในเดือนมีนาคม 2018 ซึ่งตลาดนี้ได้อนุญาตให้ผู้ใช้งานสามารถซื้อและขายที่ดิน รวมทั้งเปิดให้สำรวจโลกเสมือนจริงบนแผนที่อีกด้วย ต่อมาในปี 2019 Decentraland ได้เปิดตัวฟีเจอร์ Avatar ที่สามารถปรับแต่งได้และมาพร้อมกับหนังสือเดินทางด้วยเช่นกัน

การเติบโตของตลาดงานศิลปะ NFT ในปี 2020 และ 2021 ที่ผ่านมานี้ ซึ่งประเภทสินค้าที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือที่ดินเสมือนจริงใน Decentraland ตอกย้ำด้วยยอดขายที่มีมูลค่ามากกว่า 100,000 USD เลยทีเดียว

ทำเลฮิตติดชาร์จใน Decentraland

โลกเสมือนจริงของ Decentraland จะมีการแบ่งออกเป็นพื้นที่ชุมชนหรือย่านต่าง ๆ และที่ดินของทุกย่านจะมีขนาดและรูปแบบที่แตกต่างกัน ตั้งแต่ย่านคาสิโนและย่านแฟชั่น รวมถึงสนามประลองที่ผู้ใช้งานสามารถเล่นเกมได้ และพื้นที่จัดงานเทศกาลต่าง ๆ ที่ให้ผู้คนสามารถมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกันได้ นอกจากนี้ในแต่ละย่านของ Decentraland เป็นการปกครองตนเอง นั่นเท่ากับว่าจะมีกฎเกณฑ์เป็นของตนเองด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งพื้นที่ที่เป็นโซนหลักและได้รับความนิยมมากที่สุดใน Decentraland มีดังนี้:

  • Aetherian City - ย่านนี้มีที่ดินทั้งหมด 8,008 แปลง โดยย่าน Aetherian City มีความตั้งใจที่จะเป็นแหล่งรวมตัวของ Cyberpunk ที่ใหญ่ที่สุดของ Metaverse และจะเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวหลักสำหรับผู้มาเยือน Decentraland นอกจากนี้แล้วยังมีการวางแผนให้ย่านของตนเองเป็น Night Club, พื้นที่การแข่งขัน, พื้นที่เล่นเกม, แหล่งที่อยู่อาศัย และกิจกรรมอื่น ๆ อีกมากมาย

  • Vegas City - เป็นย่านการพนันของ Decentralad หรือเรียกในอีกชื่อว่า “Digital Sin City” ซึ่งได้รับการออกแบบให้เต็มไปด้วยคาสิโนเรียงรายเป็นแถวยาว รวมไปถึงยังมีพื้นที่จัดแสดงคอนเสิร์ต ศูนย์การค้า และไนท์คลับ
  • Dragon City - เป็นเมืองที่สะท้อนให้เห็นถึงอารยธรรมตะวันออกและตะวันตก ซึ่งได้ผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมโบราณของจีนและความทันสมัยของชาติตะวันตกนั่นเอง
  • Decen Traland University - โดยภายในย่านนี้มีการสร้างศูนย์กลางทางการศึกษาจริง ๆ ของ Decentraland
  • ถนนแฟชั่น - เป็นย่านแหล่งช้อปปิ้งของ Decentraland โดยมีแผนคือการนำเอาแบรนด์แฟชั่นระดับท็อปมาเปิดร้านในโลกเสมือนจริง พร้อมทั้งมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าแค่การช้อปปิ้งทั่วไป

ย่านยอดนิยมอื่น ๆ ได้แก่ District X, Festival Land, Crypto Valley, ลานนันทนาการ และศูนย์ประชุม

Decentraland มีสินทรัพย์กี่ประเภท?

สินทรัพย์ดิจิทัลที่ผู้ใช้งานสามารถทำการซื้อใน Decentraland มี 4 ประเภทด้วยกัน ดังนี้:

  • แปลงที่ดิน (Land Parcels) - หัวใจหลักของ Decentraland คือที่ดินเสมือนจริงที่ผู้ใช้งานสามารถสร้างอะไรก็ได้ตามต้องการ ซึ่งที่ดินแต่ละแปลงจะมาพร้อมกับพิกัดที่ไม่ซ้ำกัน โดยจะแสดงให้เห็นเป็นตำแหน่งเฉพาะบนแผนที่ของ Decentraland นอกจากนี้มูลค่าของที่ดินจะถูกคำนวณตามสถานที่ยอดฮิตที่อยู่ใกล้เคียง
  • อสังหาริมทรัพย์ (Estates) - หากคุณมีที่ดิน 2 แปลงที่ติดกันก็จะถือว่าที่ดินผืนนั้นเป็นอสังหาริมทรัพย์อย่างสมบูรณ์ แต่ที่ดินทั้ง 2 ผืนจะต้องมีพื้นที่ติดกันโดยตรง และจะไม่สามารถแยกออกจากที่ดิน ถนน หรือพลาซ่าอื่น ๆ ได้ โดยหากที่ดินของคุณมีสถานะเป็นอสังหาริมทรัพย์หรือ Estate แล้วนั้น คุณจะสามารถสร้าง Scene ที่ใหญ่และสูงขึ้นได้ ดังนั้นการเป็นเจ้าของที่ดินหลายแปลงจะทำให้เจ้าของสามารถจัดการและพัฒนาที่ดินได้ง่ายยิ่งขึ้นนั่นเอง
  • เครื่องแต่งกายในเกม - เครื่องแต่งกายในเกมของ Decentraland มีอยู่หลายประเภทด้วยกัน เช่น เสื้อผ้า เครื่องประดับ และสิ่งที่เรียกว่า Body Feature ที่ผู้ใช้งานสามารถใช้เพื่อปรับแต่ง Avatar ของตนเองได้ตามต้องการ ถึงแม้ว่าเครื่องแต่งกายสำหรับผู้เริ่มต้นใน Decentraland จะให้บริการฟรี แต่อย่างไรก็ตาม Decentraland เน้นสนับสนุนการสร้างและการใช้งานเครื่องแต่งกายแบบกำหนดเองมากกว่า เพื่อการเป็นตัวแทนของ NFT ที่ไม่ซ้ำใคร
  • ฉาก (Scene) - เป็นสิ่งที่ผู้ใช้งานสามารถสร้างบนที่ดินแปลงเดียว หรือหลายแปลงก็ได้ ซึ่งทุก ๆ ฉากใน Decentraland เปรียบเป็นโลกใบเล็ก ๆ ของตนเอง หมายความว่าสิ่งของจากฉากหนึ่งจะไม่สามารถขยายหรือเคลื่อนย้ายไปสู่อีกฉากหนึ่งได้ นอกจากนี้แล้วผู้ใช้งานยังสามารถสร้าง ขาย และซื้อฉากได้อย่างอิสระอีกด้วย

เหรียญโทเคนที่ใช้ใน Decentraland

มีโทเคน 2 ประเภทด้วยกันที่ทำหน้าที่ควบคุมการดำเนินการบน Decentraland ได้แก่ MANA และ LAND

MANA เป็นคริปโตเคอร์เรนซี (ERC-20 Token) ที่อำนวยความสะดวกในการซื้อที่ดิน (LAND) นอกจากนี้ยังสามารถใช้เพื่อชำระสินค้าและบริการเสมือนจริงต่าง ๆ ภายใน Decentraland Marketplace ได้อีกด้วย เช่น Avatar, ชื่อ, เครื่องแต่งกาย และอื่น ๆ อีกมากมาย

LAND เป็นโทเคนดิจิทัลแบบ Non-Fungible (NFT) ที่ใช้ในการกำหนดความเป็นเจ้าของที่ดินแต่ละแปลง ซึ่งถือเป็นตัวแทนของอสังหาริมทรัพย์ดิจิทัลนั่นเอง โดยเฉลี่ยแล้วที่ดิน 1 แปลงใน Decentraland จะมีราคาอยู่ที่ประมาณ 6,900 MANA หมายความว่า 6,900 MANA = ที่ดิน 1 แปลง = 1 LAND

"

3 เหตุผลหลักที่คุณควรลงทุนใน Decentraland

ข้อมูลต่อไปนี้เป็นเหตุผล 3 อันดับแรกที่ตอบได้ว่าทำไมคุณถึงควรลงทุนใน Decentraland:

  1. Decentraland มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดสูง - MANA คือสกุลเงินดิจิทัลที่ขับเคลื่อน Decentraland และมีมูลค่าทางตลาดสูง ซึ่งมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดหมายถึงมูลค่ารวมของสกุลเงินดิจิทัล หมายความว่ายิ่งมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดสูงขึ้นเท่าใด สกุลเงินดิจิทัลก็จะยิ่งมีเสถียรภาพมากขึ้นเท่านั้น เช่นเดียวกับสกุลเงินดิจิทัลอื่น ๆ ในตลาดที่จะเห็นว่า MANA มีความผันผวนสูงและมีแนวโน้มที่จะสูญเสียมูลค่าได้ตลอดเวลาขึ้นอยู่กับกลไกของตลาด แต่ด้วยมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดที่สูงจึงทำให้ MANA มีแนวโน้มที่จะต้านทานต่อผลกระทบใด ๆ ที่จะเกิดขึ้นได้พอสมควร
  2. Decentraland เป็นเกม Metaverse ยอดนิยม - Decentraland ได้ปูทางไปสู่การสร้างโลกดิจิทัลที่ผู้ใช้งานสามารถออกไปท่องเที่ยวกับเพื่อนฝูง ช้อปปิ้ง หรือแม้แต่จะทำงานก็ได้ อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาจากจำนวนเงินลงทุนที่คาดว่าน่าจะมาจากนักลงทุนสถาบัน และบริษัทยักษ์ใหญ่ต่าง ๆ แล้ว นี่จึงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่คุณควรลงทุนกับ Decentraland
  3. บริษัทยักษ์ใหญ่ใน Decentraland - ไม่ว่าใครก็สามารถซื้อและพัฒนาที่ดินใน Decentraland ได้ และในขณะเดียวกันก็มีบริษัทใหญ่ ๆ ที่ถูกจัดตั้งขึ้นใน Decentraland ด้วยเช่นกัน ซึ่งบริษัทเหล่านี้ต่างก็วางแผนที่จะพัฒนาลานประลองเกมเสมือนจริง การจัดกิจกรรม และอีเว้นอื่น ๆ อยู่เสมอ เมื่อพิจารณาจากปัจจัยนี้คุณสามารถคาดหวังไว้ได้เลยว่าผู้คนจำนวนมากจะมาเข้าร่วมกับ Decentraland เพื่อสัมผัสกับประสบการณ์ใหม่ ๆ จากการร่วมกิจกรรมเพื่อความบันเทิง ซึ่งมันจะส่งผลให้แพลตฟอร์มได้รับกระแสความนิยมเพิ่มขึ้น ดังนั้นมูลค่าของ MANA จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง และโลกเสมือนจริงจะคงอยู่ต่อไปอีกนานแสนนาน